เรื่องสั้นวันพิเศษ : ละออง,,ความรัก

เนื่องในโอกาสวันพิเศษ : วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ 2555

 

เจ็ดโมง…สิบสี่นาที…

“นี่ฉันยังต้องมาทำงานอยู่หรอเนี่ย…” ชมพูบ่นกับตัวเองในขณะที่กำลังเดินไปที่ทำงาน

เธอรีบเร่งฝีเท้าด้วยความไวเพื่อที่จะไปถึงที่ทำงานให้ทัน

“เจ๊ชมพู!…” เสียงเรียกที่มีน้ำเสียงค่อนข้างกวนโอ๊ยดังมาจาก ร้านขายของชำเก่าๆ

“มีอะไรไอ้หลง….ฉันกำลังรีบไปทำงาน มีอะไรก็พูดมา…” ชมพูตอบด้วยอารมณ์หงุดหงิดและอารมณ์เหนื่อย

“เปล๊า…แค่จะถามว่า เมื่อไหร่จะลงจากคานก็แค่นั้น….ฮ่า…ฮ่า…” คำพูดกวนตีนเช่นทุกวันจากไอ้หลงที่เหมือนจะเป็นการทักทาย

ชมพูเริ่มหงุดหงิดมากขึ้น คำพูดกวนตีนของไอ้หลงดูจะทำให้ชมพูเริ่มเลือดขึ้นหน้า ไม่ทันที่จะมีใครห้าม ไอ้หลงได้กระเด็นไปติดตู้แช่ของที่พ่อของมันตั้งไว้ด้านในของร้าน ด้วยพลังฝ่าถีบของยัยชมพู เอ๊ย! คุณชมพู

ชมพูรีบวิ่ง แต่ เมื่อไปถึงหน้าร้านเบเกอรี่ที่ทำงานของเธอนั้น ชมพูกลับพบว่า … ว่า ….. พบว่า ….. ร้านมันเปิดทำการ!~ แถมคนเยอะซะด้วยแหะวันนี้

“พี่ชาญ ทำไมคนเยอะอย่างนี้ล่ะ” ชมพูถามเพื่อนร่วมงานที่เป็นหนุ่มใต้รูปร่างใหญ่ที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตทหารหน่วยพิเศษแต่กลับมาทำงานเป็นคนทำเบอเกอรี่เพราะเมียสั่ง

“จะไม่ให้เยอะได้ไง ไอ้น้อง วันนี้มันวันวาเลนไทน์นะเว้ย มานิ…รีบๆมาช่วยกัน คนไม่มีแฟนอย่างแกก็มาทำงานซะ ….”

“โอ๊ย! เมื่อกี้ก็เพิ่งโดนไอ้หลงมันแขวะมา นี้มาเจอพี่ชาญอีก โหย ลมบ่ะจอย~”

“ศัพท์โบราณอย่างแรง~”

ชมพูรีบเข้าร้านไปด้วยความที่อารมณ์เสีย เนื่องจากโดนแขวะซ้ำซ้อน

 

พักเที่ยง

ชมพูกับวิชาญเอาข้าวกล่องออกมานั่งกินแถวสวนสาธารณะที่ใกล้กับร้านเบเกอรี่ วันนี้มีผู้คนมากมายเดินกัน หน่วยงานของตัวเมืองก็เอาดอกไม้สวยๆออกมาจัดเต็มบริเวณ มีคู่รักหลายคู่อยู่เหมือนกันที่ชวนกันมาเดิน ดูท่าแล้วร้านดอกไม้คงจะขายกันไม่ออก เพราะคู่รักหลายคู่มาเพื่อเด็ดดอกไม้ให้กับคนรักฟรีๆ น่าสงสารชะมัด~ กลับมาทางด้านของชมพูกับวิชาญ ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะไม่ค่อยสนโลกเท่าไหร่ เพราะกำลังมุ่งมั่นกับการกิน กิน กิน จนทำให้ แก๊งเด็กตัวน้อยๆอายุประมาณ สี่-ห้า ขวบ มามุงดูราวกับเป็นสวนสัตว์เปิด และเมื่อทั้งคู่กินเสร็จแล้วนั้นก็นั่งย่อยอาหารกันพร้อมๆยังคงมีเด็กๆมุงกันดูอยู่

“พี่ชาญ ถามอะไรหน่อย…ตอนพี่จีบพี่น้ำหวานอ่ะ..พี่ไปชอบพี่น้ำหวานตรงไหนอ่ะ?”

“ตีน….”

“จริงดิพี่! ตีนพี่น้ำหวานสวยหรอ?”

“เปล่า…มึงอ่ะเหยียบตีนกูอยู่~”

“ขอโทษพี่ ขอโทษอย่างแรง”

“เอาๆล้อสำเนียงกูอีก มาๆเล่าต่อๆ ก็ คือ ตอนแรกที่พี่เป็นหน่วยรบพิเศษอยู่นั้น น้ำหวานมันเป็นน้องของเพื่อนพี่ ปกติน้ำหวานจะมาหาพี่ของมันทุกๆเดือนแล้วพี่ก็ได้รู้จักมันตอนนั้นแหละ เราก็เริ่มที่จะส่งจดหมายหากัน …. เป็นไงคลาสสิคมั้ย? ฮ่ะๆ”

“เชย!..”

“เออ…จบ…กูไม่เล่าแล้ว”

“โอ๋ๆ ล้อเล่นๆ ทันสมั้ย ทันสมัย ที่สุดเลย…”

“โอเค หลังจากนั้นเราก็ส่งจดหมายคุยกันมาตลอด จนวันหนึ่งพี่คิดว่าผู้หญิงคนนี้แหละต้องเป็นคู่ชีวิต เพราะ น้ำหวานสอนให้พี่เห็นว่ารักมันมีอยู่ทุกๆที่จริงๆ และทำให้พี่รู้อีกว่า รักนั้นไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น…”

“นั้นคือ เหตุผลที่พี่กลัวเมียนั้นเอง เพราะพี่ก็ห้ามมีเงื่อนไขกับพี่น้ำหวาน ฮ่า….ฮ่า…”

ทั้งคู่นั่งคุยกันไป กวนตีนกันไป จนถึงเวลาทำงาน

 

ระหว่างทำงาน 

“ฮาโหล แม่ครับ สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับป๋ม~” เสียงเด็กผู้ชายอายุราวๆ หก ขวบ ที่นั่งอยู่ในร้านโทรบอกรักแม่

ชมพูอดยิ้มไม่ได้

“น่ารักดีเนอะ พี่ชาญ….”

“เออ…ฮ่ะๆ จริงด้วย”

ชมพูกับวิชาญนั่งยิ้มกับสิ่งที่เห็น หลังจากนั้นทั้งคู่ก็โทรไปบอกรัก พ่อ และ แม่ ของตัวเอง

 

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป

 

“เอาไงดีว่ะ ฉันชอบกมลอ่ะ แต่เขาเป็นถึงดาวโรงเรียนเลย” เสียงเด็กชายหน้าตาเด็กเรียนตัดพ้อกับเพื่อนๆ

“เห้ย! ไอ้ปอนด์ นั้นกมลไม่ใช่หรอ…นั้นไงกำลังเดินมาแล้ว” กลุ่มเด็กชายราวๆม.ปลาย กำลัง เชียร์เพื่อนหน้าตาเด็กเรียนให้ไปสารภาพรักกับสาวอยู่

ไม่ช้า เด็กชายหน้าตาเด็กเรียนก็วิ่งออกไป พร้อมกับเอาดอกกุหลาบและช็อกโกแลตไปให้กับหญิงสาว ขณะที่เพื่อนๆก็ส่งเสียงเชียร์กันอย่างเฮฮา ซึ่งผลสุดท้ายก็ ….. แห้ว!

        ระหว่างนั้นเองก็มี นักเขียนชื่อดัง คอกลม และ นักร้องชื่อดัง ตราปั้ม มาที่ร้านพร้อมด้วยเหล่าแฟนคลับที่กรี๊ดกันเสียงดังสนั่น จนทางพี่ชาญ ต้องอุ้ม คอกลม และ ตราปั้ม ออกไปไว้นอกร้าน จนทำให้ร้านสงบดังเดิม ต้องบอกจริงๆว่า หนังสือหลายเล่มนั้นทำให้ผู้คนเสียน้ำตามานักต่อนักแล้ว อย่างเช่น “พริกไทยเม็ดใส หัวใจเม็ดถั่วแระ” หรือ “รักแท้แพ้ยานัด” และ เพลงของ ตราปั้ม ก็เช่นกันที่ทำให้ใครหลายคนกดเข้าไปฟังเป็นล้านๆวิว นั้นคือ “มันคงเป็นความหลัง(เมื่อสิบหกปีก่อน)” ที่มี สุรโชค มาฟีจเจอร์ริ่ง

                       

        ระหว่างใกล้ที่ร้านจะปิดมีชายคนนึงวิ่งเข้าร้านมาพร้อมกับหญิงสาว

        “สุข เรามีอะไรจะให้เธอ…” ว่าแล้วชายหนุ่มก็นำเอาช็อกโกแลตออกมาให้หญิงสาว

        “สันต์ ขอบคุณนะ…. มันอร่อยมากจริงๆ ฉันว่าคงจะอร่อยกว่าช็อกโกแลตทุกอันในร้านนี้จริง…”

        จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งสวีทกันไปพร้อมๆกับคำถามที่ ชมพูกับวิชาญสงสัยปนๆกับความหมั่นไส้ ว่า “ เอ็งจะเข้าร้านมาทำไม??”

 

        เลิกงาน…

 

        ชมพูเดินนั่งเล่นที่สวนสาธารณะ พร้อมกับทบทวนความคิดว่า วันนี้เกิดเรื่องราวต่างๆมากมาย เป็นจริงอย่างที่พี่วิชาญพูดความรักมีเต็มไปหมดเลยจริง เธอเหลือบไปเห็นต้นไม้เก่าๆที่เต็มไปด้วยการขีดขวนเขียนชื่อต่างๆนานา อย่าง ขวัญรักฟ้า พร้อมกับมีขีดๆลูกศรไปต่อข้างใต้แล้วเขียนว่า ที่หมาฉี่! เอ๊ะ ยังไงกันแน่

        สายลมพัดผ่านไป ชมพู คิดในใจ “ ไม่แน่นะ บางครั้ง ความรักก็อาจจะเป็นสายลม คอยพัดผ่านไปโดนผู้คนมามายให้โลกนี้มีแต่รัก” เธอนั่งยิ้มและมองผู้คน ช็อกโกแลตที่พี่ชาญทำให้พี่น้ำหวานก็อาจจะมีส่วนผสมที่เรียกว่าความรักติดลงไปก็อาจจะเป็นได้ ในดินก็อาจจะมีแร่ธาตุที่เป็นความรักอยู่จึงทำให้ทุกๆวันวาเลนไทน์มีกุหลาบที่สวยงามทุกๆปี คอกลมและตราปั้มอาจจะใส่สิ่งที่เป็นความรักเข้าไปตอนเขียนหนังสือหรือเพลงให้ผู้คนอ่านหรือฟังจึงทำให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังสัมผัสถึงความรักได้ หรือแม้แต่ตอนเราบอกรักพ่อและแม่ทางโทรศัพท์ความรักก็อาจจะเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้พ่อและแม่รับรู้ถึงความรักของเราได้เช่นกัน

        ชมพูเดินกลับบ้าน แต่ ระหว่างทางนั้นเองเธอเห็นดอกกุหลาบสวยๆอยู่ดอกหนึ่งออกมาจากรั่วบ้านใครซักคน เธอเดินเข้าไปดูใกล้ ทันใดนั้น!

        “โอ๊ย อะไรเนี่ย”

        “ขอโทษครับ พอดีผมพ่นน้ำให้กับต้นกุหลาบอยู่ คุณโอเคมั้ย…”

        ชมพูลืมตาขึ้นจ้องมอง และ เธอก็รู้ว่า ความรักมันเป็นละอองน้ำนี้เอง

        แต่สำหรับเธอมันคือ ละออง,,รัก 

 

 

         ณ ตลาด 

                         

         “ฮาโหล ว่าไงจ๊ะที่รัก พี่กำลังเอาช็อกโกแลตไปฝากนิ….อะไรนะ! ไม่กินช็อกโกแลต จะเอาผัดไทยประตูผี….เดี๋ยว…..น้ำหวาน เดี๋ยวตะ!”

          “อะไรว่ะเนี่ยเมียกู วันวาเลนไทน์จะกินผัดไทยประตูผี มันก็รู้อยู่ว่ากูกลัวผีอย่างแรงนิ….”

 

                        ……………………………………………………………………………………………………………

 
นี้เป็นเอนทรี่ใหม่นะครับ ^^ ยังไงก็ขอฝากด้วยล่ะกันครับ
เอนทรี่ชุดใหม่มีชื่อว่า เรื่องสั้นวันพิเศษ จะมาทุกๆวันพิเศษมาเป็นเรื่องสั้นให้ได้อ่าน
สำหรับเรื่องสั้นเรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกที่ผมเขียนในชีวิต อาจจะออกมาได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต้อง บอกก่อนว่าผมได้ แรงบันดาลใจจากประโยคของคุณ  Gaewzler ☃   ในนิทานขนานโลก#4 ความรักที่ ว่า “ละออง,,ความรัก มีอยู่รอบตัวเราไปหมดเลยนะค่ะ :)" มันทำให้ผมเกิดไอเดียในการเขียนครั้งนี้
อีกทั้งผมเอาไอเดียมาจากสถานะบนเฟซบุ๊คของผมด้วย
 
บางครั้งความรักก็เป็นเรื่องโรแมนติก สำหรับคนสองคน
บางครั้งความรักก็เป็นเรื่องอบอุ่น สำหรับคนในครอบครัว
บางครั้งความรักก็เป็นเรื่องขำขัน สำหรับกลุ่มเพื่อน
บางครั้งความรักก็เป็นเรื่องเพ้อฝัน สำหรับคนหนึ่งคน
บางครั้งความรักก็เป็นเรื่องท้าทาย สำหรับคนที่กล้าหาญ
บางครั้งความรักก็เป็นเรื่องราวมากมาย สำหรับตัวหนังสือกับผู้คน
บางครั้งความรักก็เป็นทำนอง สำหรับคนฟัง
บางครั้งความรักก็เป็นรสชาติ สำหรับนักชิมช็อกโกแลตบนโลก
บางครั้งความรักก็เป็นกลิ่น สำหรับคนที่รับดอกไม้
บางครั้งความรักก็เป็นหลายๆสิ่งที่เราไม่อาจจะรู้ได้
ความรักอาจจะเป็นพลังงานก็อาจจะเป็นไปได้
ความรักอาจจะเป็นสายลมที่พัดผ่าน
ความรักอาจจะเป็นส่วนผสมที่ตกลงไปในขณะที่เราทำช็อกโกแลต
ความรักอาจจะเป็นแร่ธาตุที่อยู่ในดินในตอนที่เราพยายามปลูกต้นกุหลาบ
ความรักอาจจะเป็นเลขฐานที่แสดงผลในขณะที่เรานั่งเขียนนิยายบนคอมพิวเตอร์
ความรักอาจจะเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตอนที่เราบอกรักใครซักคนตอนคุยโทรศัพท์
ผมไม่รู้นะ ว่า สิ่งที่ผมพูดไปอาจจะไม่มีหลักฐานที่มาอ้างอิง
แต่คุณรู้สึกได้มั้ยล่ะ? ในขณะที่คุณอ่าน ความรักอาจจะอยู่รอบๆตัวคุณไปแล้ว
 
ยังไงก็ขอให้สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะครับ มีความสุขมากๆ มองให้เห็นถึงความรักรอบๆตัว ผมเชื่อว่าชีวิต
คุณจะมีความสุขครับ ^^

edit @ 14 Feb 2012 20:55:04 by ดินสอน้ำหมึก

edit @ 14 Feb 2012 23:44:23 by ดินสอน้ำหมึก

edit @ 14 Feb 2012 23:48:26 by ดินสอน้ำหมึก

นิทานขนานโลก #11 จิ้งจก กับ สิงโต

ดินสอน้ำหมึก

 

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

ณ ป่าดิบชื้น แห่งหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาพันธุ์

และ เหล่าสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่เต็มไปหมด

มีทั้งนกแต้วแล้วท้องดำ อีกทั้ง กวางผา

กบตัวน้อย ก็มีหลายตัว

ลิงนั้นก็ปีนต้นไม้วิ่งกันซนจนบางครั้งก็ตกต้นไม้ไปก็มี

แต่เรื่องที่จะเล่าวันนี้

เป็นเรื่องของ ราชาแห่ง ผืนป่า นั้นคือ

สิงโต

กับ สัตว์เลื้อยคลานตัวน้อย

จิ้งจก” ผู้น่ารัก

 

เอาล่ะ!

 

เรื่องมีอยู่ว่า

 

 

……..

….

..

 

ในป่าใหญ่แห่งนี้

 

หลังจากที่ ”สิงโต” รุ่นที่สิบได้ตายไป

ก็มีราชา ”สิงโต” รุ่นใหม่ นั้นคือ

รุ่นสิบเอ็ด

ก้าวเข้ามารับตำแหน่งแทนที่

นี้ก็ผ่านมานานแล้วเหมือนกัน

ที่จิ้งจกตัวนี้ได้เกิดมา

เขาเกิดมาตั้งแต่ สิงโต รุ่นที่ หก ซึ่งในหลายปีที่ผ่านมา เขา ก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า

“เอ๊ะ! ทำไมจิ้งจกอย่างเราถึงไม่มีใครมาสนใจเลย”

“ไม่เหมือนไอ้พวกสิงโตที่มีแต่คนสรรเสริญ …. ฉันคงต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว”

 

เมื่อคิดได้ดังนั้น จิ้งจก ก็เริ่มใช้วิธีที่การเลียนแบบ

จิ้งจก เลียนแบบวิธีการใช้ชีวิต เหมือนสิงโตทุกอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นตอนกินอาหาร ก็หันมากินเนื้อเป็นชิ้นๆ

ขนาดเรื่องการเดิน ก็ยอมลงจากต้นไม้ หันมาเดินที่พื้นดินเพียงอย่างเดียว

 

เวลาผ่านล่วงเลยไปนานแสนนาน

 

“สิงโต” รุ่นที่สิบเอ็ดตายลงไป

จิ้งจกจึงตั้งใจว่าจะเป็นราชาแทน

 เขารู้ทุกสิ่งที่ราชาควรจะเป็น

เพราะจิ้งจกได้ไปเฝ้าคอยเลียนแบบสิงโตรุ่นที่สิบเอ็ดมาเป็นเวลานาน

 

ในที่สุด

วันนี้ก็มาถึง

 

การแต่งตั้งราชาแห่งผืนป่า

จิ้งจก กำลังจะก้าวเท้าขึ้นไป

แต่ที่ไหนได้ สิงโต ตัวใหม่กับเดินขึ้นไปรับตำแหน่ง

จิ้งจกตกใจมาก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ทำอะไรไม่ได้

เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ระหว่างนั้นเอง เขาหันไปพบ

เหล่าเพื่อนๆจิ้งจกหลายตัวกำลัง กิน แมลงเม่าอย่างเอร็ดอร่อย อยู่บนต้นไม้

จิ้งจกรีบวิ่งไปหาด้วยความดีใจ

เขาพยายามปีนขึ้นไปบนต้นไม้

แต่

ตอนนี้เขาลืมวิธีการปีนต้นไม้

และ วิธีตวัดลิ้นไปกิน แมลงเม่า ไปเสียแล้ว

 

เพื่อนๆต้องรีบลงมาช่วยเหลือ

จิ้งจกต้องใช้เวลาอยู่หลายปี กว่าจะ ปีนต้นไม้ได้เช่นเคย และ ตวัดลิ้นกินแมลงเม่า

นับจากนั้นเป็นต้นมา

จิ้งจก

ก็มีความสุขกับการนั่งปาร์ตี้แมลงเม่ากับเพื่อนๆของเขา

 

ตลอดไป

 

………………………………………………………………

 

 

เป็นครั้งแรกตั้งแต่เล่านิทานมา สิบ ตอน

ไม่เคยได้ขึ้นประโยคคลาสสิค “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

และชื่อเรื่องก็หยิบเอามาจากนิทานหลายเรื่อง

ที่ใช้สัตว์มาเล่าคู่กัน อย่าง กระต่ายกับเต่า ผมก็จัดไปเป็น จิ้งจก กับ สิงโต

( ดูไม่เข้ากันแหะ 555+ )

 

อย่างที่เคยบอกไว้ประเด็นของ นิทานขนานโลก คือ การจับเอาเรื่องราวที่เราต้องพบเจอ หรือ ต้องใช้ในการประกอบการใช้ชีวิตตลอดทั้งชีวิตของเรา

วันนี้ก็เช่นกัน การที่เราจะเดินขนานอยู่บนโลกนี้ได้ เราต้องมี

สติ

เราต้องรู้ว่าเราเป็นอะไร เป็นใคร ทำหน้าที่อะไร

ต้องมีสติไว้ตลอดครับรู้ตัวเองอยู่เสมอ

มีหลายเรื่องมากที่ผมยังเห็นพวกเขาเป็นพวกขาดสติ ซึ่งผมไม่อยากจะอ้างอิงถึง

ยิ่งในยุคสังคมออนไลน์เรามีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นได้เยอะขึ้น

สิ่งที่ควรจะมีมากขึ้นก็คือ สติ ครับ

ขอฝากเพื่อนๆไว้หน่อยนะครับ บอกเพื่อนๆ หรือ ลูกหลานว่า

“จงมีสติ อย่าลืมความเป็นตัวเอง อย่าลืมรากเหง้า”

 

อย่าเพิ่งลืม นิทานขนานโลก นะครับ

แม้จะนานหน่อยที่ได้มาเขียน แต่ รอต่อไปได้เลย นิทานขนานโลก # 12

จะเป็นยังไงก็รอติดตามได้นะ

Facebook and Twitter

เข้ามาคุยกันได้นะ

นิทานขนานโลก #10 ความสุข

posted on 14 Jan 2012 11:52 by writeontree  directory Fiction, Idea

นิทานขนานโลก #10 ความสุข

ดินสอน้ำหมึก 

 

หมอนข้างใบน้อย

นั้นถูกกอดอยู่

เด็กหญิงรับรู้

นั้นคือ”ความสุข

 

สนามเล็กๆ

ที่อยู่หน้าบ้าน

เด็กชายวิ่งผ่าน

นั้นคือ”ความสุข

 

นิทานเรื่องหนึ่ง

กระต่ายกับเต่า

หญิงสาวยังคงเล่า

นั้นคือ”ความสุข

 

แก้วน้ำใบหนึ่ง

ลายสวยสดใส

ชายหนุ่มรอให้

นั้นคือ”ความสุข

 

รอยเท้ายังคง

เต็มสนามหญ้า

หมาน้อยวิ่งมา

นั้นคือ”ความสุข

 

น้ำที่คอยรด

เอาใส่ต้นไม้

คนหนึ่งปลูกไว้

นั้นคือ”ความสุข

 

มนุษย์คนหนึ่ง

ต้นไม้ต้นหนึ่ง

บนโลกใบหนึ่ง

ที่มี”ความสุข

 

หมอนข้างใบหนึ่ง

สนามเด็กเล่น

แก้วน้ำใบเก่ง

นิทานเรื่องเดิม

 

สิ่งของมากมาย

ครั้งยังวัยเยาว์

มีทั้งเรื่องราว

มีทั้ง”ความสุข

 

................

 

นิทานสำหรับเนื่องในโอกาสวันเด็กนะครับ

แต่ที่จริงแล้วเป็นนิทานที่อยากให้ผู้ใหญ่อ่านมากกว่า

ต้องบอกก่อนว่าถ้ายังจำ นิทานขนานโลก #4 ความรัก กันได้

ตอนนี้ก็คงเป็นภาคต่อ โดยให้เป็นความทรงจำเมื่อวัยเยาว์ของ

เด็กหญิง และ เด็กชาย

( ตอนนี้สองคนนี้โตแล้วนะครับ ^^ )

มันน่าแปลกนะครับ

“เมื่อตอนเด็กเราอยากที่จะโต แต่เมื่อได้มาพบกับความจริงตอนที่ได้โต เราอยากที่จะกลับไปเป็นเด็ก”

ถามว่าเพราะอะไร?

ก็เพราะว่าตอนเด็กเรามีความสุขมากๆไงล่ะครับ

แต่ถามว่าตอนนี้ผมมีความสุขอยู่หรือไม่?

ใช่ครับผมยังคงมีความสุข เพราะตอนนี้เด็กคนนั้นยังคงเล่าเรื่องราวต่างๆให้ผมได้ฟัง

เด็กคนนั้นยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเล่นดนตรีและทำหลายๆสิ่งที่เขาฝัน

นิทานเรื่องนี้ก็เช่นกัน

( มันเป็นนิทานแห่งความฝันที่ไม่นึกมาก่อนเลยว่าจะมาได้เขียนและต่อไปความฝันของเด็กน้อยที่จะมีหนังสือที่เขาเขียนคงเป็นจริง )

ฝากอีกเรื่องทุกๆสิ่งในโลกล้วนทำให้เรามีความสุข อยากให้เพื่อนๆช่วยกันทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความสุขเช่นกัน เพียงแค่ช่วยประหยัดพลังงานช่วยโลก

 

ทิ้งท้าย

“เมื่อใดคุณเหงา,เศร้า,เสียใจและท้อแท้ ลองเรียกเด็กน้อยคนหนึ่งในใจคุณออกมาโลดแล่นดู” 

 

แด่ ความเติบโต

( ลืมบอกไป นิทานเรื่องนี้ผมแต่งให้เป็นของขวัญสำหรับวันเกิดของตัวเอง ที่กำลังจะถึงนี้คือ 18 มกราคม )

 
FACEBOOK & TWITTER
เข้ามากด Like หรือ Follow ได้นะคร๊าบบบ 
 
 
 
 

edit @ 14 Jan 2012 12:04:03 by ดินสอน้ำหมึก

edit @ 14 Jan 2012 12:04:42 by ดินสอน้ำหมึก